เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ของแมตช์รูม บ็อกซิ่ง เปิดเผยว่า ชาเคอร์ สตีเวนสัน แชมป์โลก WBO รุ่นจูเนียร์เวลเธอร์เวต กำลังจะย้ายไปร่วมงานกับ ซัฟฟา บ็อกซิ่ง โปรโมชันมวยที่ได้รับการสนับสนุนจาก ดานา ไวต์ และกลุ่ม TKO โดยเชื่อว่าการประกาศอย่างเป็นทางการน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
เฮิร์นให้สัมภาษณ์ว่า แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทุกฝ่าย แต่เขาได้รับข้อมูลว่าการเจรจากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และดูเหมือนว่าสตีเวนสันจะเลือกเส้นทางใหม่กับองค์กรน้องใหม่ที่กำลังพยายามสร้างอิทธิพลในวงการมวยอาชีพ
“ผมคิดว่าเขากำลังจะไปที่นั่น” เฮิร์นกล่าวถึงอนาคตของสตีเวนสันกับซัฟฟา บ็อกซิ่ง
หากการย้ายค่ายเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญของซัฟฟา บ็อกซิ่ง เนื่องจากสตีเวนสันเป็นหนึ่งในนักชกฝีมือดีที่สุดของยุคปัจจุบัน เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกปี 2016 และแชมป์โลกหลายรุ่นน้ำหนัก ซึ่งสร้างชื่อจากความสามารถด้านเชิงมวยและการป้องกันตัวที่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม แม้จะอวยพรให้นักชกประสบความสำเร็จ เฮิร์นก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงานของซัฟฟา บ็อกซิ่ง โดยเฉพาะค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลที่องค์กรยินดีจ่ายให้กับนักชกระดับซูเปอร์สตาร์
“ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเขาจะหาคู่ชกให้เขาเป็นใคร”
“ซัฟฟาจ่ายเงินให้นักชกเหล่านี้มากกว่าที่คนอื่นจ่ายถึงห้าเท่า คุณจะจับ ชาเคอร์ ขึ้นชกกับ โอชาคีย ฟอสเตอร์ แล้วจ่ายให้เขา 15 ล้านดอลลาร์งั้นเหรอ? ก็ขอให้โชคดีกับชาเคอร์นะ แต่ผมมองว่ามันเป็นโมเดลที่แปลก และเป็นโมเดลที่คงอยู่ได้ไม่นานนัก”
เฮิร์นยังตั้งคำถามถึงความคืบหน้าขององค์กรที่นำโดยดานา ไวต์ หลังจากผ่านไปครึ่งปีของปี 2026 โดยมองว่ายังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมมากพอ
“ตอนนี้เราเข้าสู่เดือนมิถุนายนแล้ว ผ่านมาครึ่งปีแล้ว มีใครบอกผมได้ไหมว่าซัฟฟาทำอะไรไปบ้างในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้?”
“ถ้าพูดถึงผลงานที่ผ่านมา ตอนนี้มันควรจะอยู่ในถุงเก็บศพมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะผลงานมันแย่มาก”
แม้จะถูกวิจารณ์ แต่ดานา ไวต์ ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในโครงการมวยของตน โดยก่อนหน้านี้เคยส่งสัญญาณว่าต้องการรวบรวมนักชกระดับแนวหน้าของวงการเข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน และเคยกล่าวถึงชื่อของ ชาเคอร์ สตีเวนสัน รวมถึง เดวิน ฮานีย์ ว่าเป็นนักชกที่เขาต้องการดึงตัวมาร่วมงาน
การย้ายสังกัดของสตีเวนสันจึงอาจกลายเป็นหนึ่งในดีลที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งซัฟฟา บ็อกซิ่ง และอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่าโมเดลธุรกิจของดานา ไวต์ จะสามารถดึงดูดนักชกระดับแชมป์โลกและสร้างความยั่งยืนในวงการมวยอาชีพได้หรือไม่ในระยะยาว