เช้าวันที่ 2 สิงหาคม ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้รับการยืนยันว่าจะมีไฟต์ชิงแชมป์โลกเพิ่มอีกหนึ่งคู่ เมื่อ เรย์มอนด์ มูราทัลญา แชมป์โลก IBF รุ่นไลต์เวต จะขึ้นป้องกันตำแหน่งกับ ร็อบสัน คอนไซเซา อดีตแชมป์โลกและเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกจากบราซิล ตามรายงานของ BoxingScene โดยแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเป็นผู้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว
การชกครั้งนี้จะเป็นการป้องกันแชมป์โลก IBF ครั้งที่สองของมูราทัลญา เจ้าของสถิติไร้พ่าย 24 ไฟต์ ชนะ 24 (น็อก 17) หลังจากก่อนหน้านี้เขาเพิ่งผ่านบททดสอบสำคัญในการป้องกันตำแหน่งครั้งแรก ด้วยชัยชนะแบบเสียงข้างมากเหนือ แอนดี ครูซ เหรียญทองโอลิมปิก 2021 จากคิวบา ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในคู่ชกยอดเยี่ยมแห่งปี
มูราทัลญา วัย 29 ปี ก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกเต็มตัวของ IBF หลังจาก วาซิลี โลมาเชนโก ประกาศอำลาวงการเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ตำแหน่งตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์
เดิมที โปรโมเตอร์อย่าง Top Rank มีแผนจัดให้มูราทัลญากลับไปชกป้องกันแชมป์ต่อหน้าแฟนมวยบ้านเกิดที่รัฐแคลิฟอร์เนียในวันที่ 8 สิงหาคม แต่หลังจาก Top Rank เริ่มทำงานร่วมกับ DAZN จึงมีการย้ายไฟต์ดังกล่าวมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับรายการใหญ่วันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งจัดโดย Golden Boy Promotions ของ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา
สำหรับคู่เอกของรายการ จะเป็นการชิงแชมป์โลก WBC รุ่นไลต์เวตที่ว่าง ระหว่าง วิลเลียม เซเปดา นักชกเม็กซิกันเจ้าของสถิติ 33 ชนะ 1 แพ้ (น็อก 27) กับ ลามอนต์ โรช จูเนียร์ อดีตแชมป์โลกซูเปอร์เฟเธอร์เวต สถิติ 25 ชนะ 1 แพ้ 3 เสมอ (น็อก 10) ทำให้ค่ำคืนดังกล่าวกลายเป็นรายการใหญ่ที่มีการชิงเข็มขัดโลกรุ่นไลต์เวตถึงสองเส้นพร้อมกัน
ด้านคอนไซเซา วัย 37 ปี มีสถิติอาชีพ 21 ชนะ 3 แพ้ 1 เสมอ (น็อก 10) เป็นนักชกที่มีประวัติไม่ธรรมดา หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ให้กับบราซิล และเคยครองแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต โดยเอาชนะ โอเชเควีย์ ฟอสเตอร์ ก่อนจะเสียแชมป์คืนให้ฟอสเตอร์ในการรีแมตช์ไม่ถึง 4 เดือนต่อมา
ปัจจุบันคอนไซเซาอยู่ในอันดับ 12 ของ IBF รุ่นไลต์เวต และเพิ่งเก็บชัยชนะมา 2 ไฟต์ติดต่อกันในบ้านเกิด โดยน็อก ยอนนายเกร์ รอนดอน เมื่อเดือนสิงหาคม ก่อนเอาชนะ เฮลเบอร์ โรฮาส เมื่อเมษายนที่ผ่านมา
ด้วยประสบการณ์ระดับโอลิมปิกและการผ่านศึกชิงแชมป์โลกมาหลายครั้ง คอนไซเซาจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของมูราทัลญา ขณะที่ผู้ชนะอาจก้าวไปเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของรุ่นไลต์เวตที่กำลังคึกคักที่สุดรุ่นหนึ่งของวงการมวยโลกในเวลานี้